Archive for the ‘จงชนะความร้าย ด้วยความดี’ Category

ว่าด้วยความเสื่อม ๑๒ อย่าง (ปราภวสูตรที่ ๖)


คำว่า ปราภวะ   หมายถึง ความเสื่อม  

มาจากคำภาษาบาลีว่า ปรา (ซึ่งเป็นบทหน้า  หมายถึง

กลับความ)  +  ภวะ  (ความเจริญ)

เมื่อรวมกันแล้ว     สำเร็จรูปเป็น  ปราภวะ  หมายถึง ความเสื่อม   คือ 

ว่าโดยรูปศัพท์    เมื่อปรา    อยู่หน้าคำใด

จะทำให้คำนั้น  มีความหมายตรงกันข้าม
 จาก ความเจริญก็เป็นความเสื่อม  เพราะปรา

เป็นคำที่กลับความ   เหมือนกับคำว่า
 ปราชัย  มาจากคำว่า ปรา
 (กลับความ)   +   ชย หรือ  ชัย (ชนะ)
เมื่อรวมกันแล้ว   เป็น ปราชัย   แปลว่า   แพ้

ทางแห่งความเสื่อมที่ปรากฏในพระสูตรนี้ มีทั้งหมด  ๑๒ ประการ สรุปได้ ดังนี้คือ

   ๑.   เกลียดธรรม

   ๒.   รักสัตบุรุษ  ชอบใจคำสอนของสัตบุรุษ

    ๓.   มักหลับ   ชอบคุย    เกียจคร้าน  โกรธง่าย

    ๔.   ไม่เลี้ยงดูมารดาบิดา

    ๕.   หลอกลวงผู้อื่นด้วยการพูดเท็จ

    ๖.    ตระหนี่     บริโภคของอร่อยแต่เพียงผู้เดียว

    ๗.   หยิ่งเพราะชาติ    ทรัพย์  โคตร  

    ๘.   เป็นนักเลงหญิง   นักเลงสุรา  เล่นการพนันเผาผลาญทรัพย์

    ๙.    คบชู้ภรรยาของผู้อื่น 

    ๑๐.  ชายแก่      มีภรรยาสาว   เกิดความหึงหวง

    ๑๑.  แต่งตั้งคนใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายให้เป็นใหญ่

     ๑๒.   มักใหญ่ใฝ่สูง

ระวัง! ชอบเยาะเย้ยถากถาง เสี่ยงโรคหัวใจ


ใครที่ชอบเยาะเย้ยถากถางคนอื่นจนติดนิสัย เพราะคิดแค่ว่าอยากพูดจาสนุกๆ เอามันเข้าว่า คนฟังจะเสียใจอย่างไรไม่สนใจ คราวนี้เรามีกรรมแบบติดจรวดของคนประเภทนี้มาเล่าให้ฟัง

    เมื่อไม่นานมานี้ คณะนักวิจัยตากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้อาสาสมัคร 6,814 คน อายุ 45-84 ปี กรอกแบบสอบถามเพื่อประเมินความเสี่ยงความเครียดเรื้อรังและโรคซึมเศร้า จากนั้นจึงไปเยี่ยมในภายหลังเพื่อประเมินนิสัยถากถางและเก็บตัวอย่างเลือดไป ตรวจหาตัวบ่งชี้อาการอักเสบ 3 ตัว ได้แก่ ไฟบริโนเจน โปรตีนซี-รีแอ๊คทีฟ และไอแอล 6 อาสาสมัครที่มีนิสัยเยาะเย้ยถากถางสูงมีตัวบ่งชี้ทั้งสามตัวสูง อาสาสมัครที่มีความเครียดเรื้อรังมีโปรตีนซี-รีแอ๊คทีฟและไอแอล 6 สูง ส่วนอาอสสมัครที่เป็นโรคซึมเศร้ามีไอแล 6 สูง อาการอักเสบเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดตีบและไม่ยืดหยุ่น ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่ดี ก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง

    ก่อนหน้านี้มีการศึกษาพบว่า ปัจจัยทางจิตใจและสังคมมีความเกี่ยวโยงกับการเป็นโรคหลอดเลือดและหัวใจ แต่ยังไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน คณะนักวิจัยชุดนี้วิเคราะห์ในรายละเอียดพบว่า ตัวบ่งชี้อาการอักเสบมักเพิ่มขึ้นตามปัจจัยการใช้ชีวิตที่ไม่เป็นประโยชน์ ต่อสุขภาพ เช่น โรคอ้วน การสูบบุหรี่ พวกเขาสรุปว่า ผู้มีนิสัยชอบถากถางอาจใช้ชีวิตที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยจึงเป็นเหตุ ให้เสี่ยงโรคหัวใจเพิ่มขึ้น

ที่มา : mcot.net

จงชนะความความร้าย ด้วยความดี


ปรัชญา…



" ชมคนด้วยวาจา…มีค่ายิ่งกว่ามอบไข่มุกให้เป็นของขวัญ
ทำร้ายคนด้วยวาจา…สาหัสยิ่งกว่าทิ่มแทงด้วยหอกดาบ.."
"ซุนวู"


" คนอื่นช่วยเรา…เราจะจำไว้ชั่วชีวิต
เราช่วยคนอื่น…จงอย่าจำใส่ใจ "
"ฮั่วหลัวเกิง"


" มีชีวิตอย่างไร้คุณธรรม
มิสู้ตายอย่างมีคุณธรรม
ได้มาด้วยความคดโกง
มิสู้ยอมเสียอย่างซื่อตรง…"
"หวังติ้งเป่า"


" น้ำใสสะอาดเกินไป…ย่อมไร้ซึ่งมัจฉา
คนที่เข้มงวดเกินไป……ย่อมไร้ซึ่งบริวาร "
"ปันกู้"


" ความไม่พอใจ…ความกลัดกลุ้มหงุดหงิด
ควรจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราฮึดสู้มากยิ่งขึ้น
ไม่ควรเป็นสิ่งที่ทำให้เราท้อแท้..ห่อเหี่ยวยอมจำนน
ต่ออุปสรรค์…"
"หลี่ต้าเจา"


" ในชีวิตของเรา..มิตรภาพเปรียบเสมือนโคมส่องสว่าง
ดวงหนึ่ง….ซึ่งสาดส่องจิตวิญญาณของเราให้สว่างไสว
ทำให้ชีวิตของเรามีแสงสีอันงดงาม.."
"ปาจิน"

๗.
" ตัวสกปรกก็คิดจะอาบน้ำ เท้าสกปรกก็คิดจะล้างเท้า
แต่ใจสกปรก กลับไม่คิดที่จะชำระใจ…"
"หยางว่านหลี่"

๘.
" สุขสบายเกินไป..เส้นสายก็พลอยหย่อนยาน
จิตใจก็พลอยขลาดกลัว"

"หูหลินอี้"

๙.
" พูดน้อย กลุ้มน้อย ตัณหาน้อย นอนน้อย…
….ถ้าสี่อย่างนี้น้อย ก็ใกล้จะเป็นเซียนแล้ว"
"ซุนซือเหมี่ยว"

๑๐.
" คนที่เชื่อมั่นในตนเองมากเกินไป…
เป็นคนที่โดดเดี่ยวอ้างว้างที่สุด!"
"ลู่ซู"

๑๑.
" ไม่มีอะไรแย่เท่ากับความเย่อหยิ่งอวดดี….
ผู้ที่คิดว่าตัวเองไม่ดีพอ คือ คนที่ดีพอ…
ผู้ที่คิดว่าตัวเองดีแล้ว คือ ผู้ที่ดีไม่พอ…!"
"ฟังเสี้ยวหยู"

๑๒.
" ต้องกล้าที่จะมองความจริง…
แม้ว่าความจริงอาจจะทำให้เราเจ็บปวดมากๆ"
"จางจื้อซิน"

๑๓.
" ความอิจฉา เป็นอุปสรรคต่อมิตรภาพ…
ความระแวงสงสัย..เป็นศัตรูตัวร้ายกาจของความรัก…
…ความรักถ้าปราศจากความซื่อสัตย์จริงใจต่อกันเสียแล้ว
ก็ไม่อาจเชื่อถือซึ่งกันและกันได้"
"ซุนยาง"

๑๔
" ยามมีควรคิดถึงความจน…
….ยามจนไม่ควรคิดถึงยามมี..!"
"เจิงก่วงเสียนเหวิน
"

๑๕
" อย่าทำความชั่ว เพราะคิดว่าผิดนิดเดียว…
อย่าละเว้นการทำความดี…
เพราะคิดว่าได้บุญกุศลแค่นิดเดียว…"
"เผยสงจือ"

๑๖
" รู้เหตุผลไม่อับจน รู้กาละไม่ถูกด่า รู้ประหยัดไม่ขัดสน "
"ซูลิน"

๑๗
" ใช้จิตใจที่ชอบตำหนิผู้อื่น…มาตำหนิตัวเอง…..
ใช้จิตใจที่ชอบให้อภัยตัวเอง…ให้อภัยผู้อื่น.."
"เจิงจิ้นเสียนเหวิน"

๑๘
" ขี้เกียจแล้วยังฟุ่มเฟือย…ย่อมยากจน
ขยันและประหยัด..ย่อมร่ำรวย.."
"ก่วนจ้ง"

๑๙
"…สูงส่งแต่ไม่เย่อหยิ่ง ชนะแต่ไม่ลำพอง
ปราดเปรื่องแต่รู้จักลงเวที เข้มแข็งแต่มีความอดกลั้น.."
"ขงเบ้ง"

๒๐
"..ก่อนที่จะเอาชนะคนอื่น…จักต้องเอาชนะตัวเอง
ให้ได้เสียก่อน
ก่อนที่จะว่าคนอื่น…ควรพิจารณาดูตัวเองเสียก่อน
ก่อนหน้าที่จะรู้จักคนอื่น…ควรจะรู้จักตัวเองเสียก่อน.."
"หลี่ปุ๊เหว่ย"

๒๑
" ผู้ที่รู้จักคนอื่นเป็นคนฉลาด…..ผู้ที่รู้จักตัวเองเป็นคนมีสติ.."

"เล่าจื้อ"

๒๒
" การตกระกำลำบากเป็นมหาวิทยาลัยชั้นสูงในการฝึกฝนยอดคน..!!"
"เหลียงฉี่เชา"

๒๓
" สิ่งที่ตัวเราไม่ชอบ …จงอย่าทำกับคนอื่น.."
"ขงจื้อ"

๒๔.
" คนที่ทำได้อาจพูดไม่ได้…คนที่พูดได้อาจทำไม่ได้.!!"
"ซือหม่าเชียน"

๒๕.
" คนเราหนีไม่พ้นความตาย…แต่ความหมายการตายนั้น
ไม่เหมือนกัน…
บ้างมีค่าหนักกว่าขุนเขา…บ้างไร้ค่าเบากว่าขนนก…!"
"ซือหม่าเชียน"


สว่างตา ด้วยแสงไฟ สว่างใจ ด้วยแสงธรรม

พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ

หลวงปู่ขาว อนาลโย


 
 
**ธรรมแม้จะลึกซึ้งคัมภีรภาพเพียงไหน
ไม่เหลือวิสัยของบัณฑิตผู้มีความเพียร**
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

กลัวตาย..ท่านจะต้องตายอีก


*-*  ความตายเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับมนุษย์ทุกคน  ความกลัวอันนี้กลับเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละวันและในชีวิตประจำวัน ที่ทุกคนต้องพานพบ  แต่ก็ไม่ค่อยมีใครสามารถตัดใจจากมันได้เลย…  เว้นแต่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์เท่านั้น
……………………………..
แม้พระพุทธเจ้าจะพร่ำสอนสักเท่าใดว่า
….ความตายเป็นเรื่องธรรมดา 
….ใครเกิดมาก็ตายหมดโลก
….ทุกคนต่างบ่ายหน้าไปสู่ความตาย
….เมื่อตายทรัพย์สินสักนิดก็เอาติดตามไปไม่ได้
….ผู้ที่เศร้าโศกถึงคนตาย  ก็เหมือนเด็กน้อยร้องไห้ขอพระจันทร์ในอากาศ
 
พระพุทธองค์ยังสอนย้ำให้ชัดเจนขึ้นว่า
..จะตายก็ไปคนเดียว  จะเกิดก็มาคนเดียว  จะอยู่ก็ทุกข์คนเดียว
ความสัมพันธ์ของคนและสัตว์บนโลกใบนี้ ก็แต่เพียงได้เกิดมาพบปะเกี่ยวข้องกันชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นเอง
..ผู้ที่โศกสลดสลัดใจจากความเศร้าเพราะการตายไม่ได้เขาย่อมประสบความทุกข์หนักยิ่งขึ้นอีก

คำตรัสแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า


 

ควรเป็นผู้หนักในเหตุผลซึ่งเป็นเรื่องของธรรมแท้ ไม่ควรปล่อยให้ความอยากที่คอยผลักดันอยู่ตลอดเวลาออกมาเพ่นพ่านในวงปฏิบัติ จะมาทำลายธรรมอันเป็นแนวทางที่ถูกและเป็นแบบฉบับแห่งการดำเนินเพื่อความพ้นทุกข์ จะทำให้ทุกสิ่งที่มุ่งปรารถนาเสียไปโดยลำดับ

 

 

%d bloggers like this: