_/\__/\__/\_


 
ความเป็นของเรา  ความที่เราเป็นธาตุเหล่านี้ หรือธาตุเหล่านี้เป็นอัตตาของเรานั้น เป็นอุปาทานคือความยึดถือ ด้วยอำนาจของตัณหาความดิ้นรนทะยานอยาก และเป็นสมมุติบัญญัติสำหรับเรียกร้องกัน…
 
แต่ความจริงนั้นเป็นสักแต่ว่าธาตุมาประชุมกันอยู่  ไม่ใช่เป็นของเรา เราก็ไม่ใช่เป็นนั้น นั่นก็ไม่ใช่เป็นอัตตาตัวตนของเรา เมื่อเรียกตนเองให้เข้ามาดู
 ดูด้วยสติ ดูด้วยปัญญา…
 
 
Advertisements

2 responses to this post.

  1. Posted by Dhammadhura on September 17, 2008 at 2:00 am

    อุปาทานความยึดในธาตุในขันธ์ นั้นมันเป็นธรรมชาติเดิมที่ยึดติดกันมาอย่างเหนียวแน่น และสืบเนื่องจนจิตไม่สามารถเห็นจิตเดิมได้ เพราะจิตมีอุปาทานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธาตุขันธ์เสียแล้วดังนั้น การดูด้วย สติ ดูด้วยปัญญา ดังกล่าวมานั้น จึงเป็นเรื่องที่ต้องกระทำ แต่ต้องดูลงไปให้ชัดๆ ..จนจิตเห็นด้วยจิตอย่างไม่มีอาการที่แสดงออกว่าเห็น..นั่นคือ..รู้อย่างเท่าทัน..รู้เดี๋ยวนั้น วางเดี๋ยวนั้น….. การนึกไม่ใช้ความรู้..นักปฏิบัติจะข้ามขั้นตอนของการขุดค้นนี้ไปเสีย ไม่ได้…เพียงทำใจว่า มันไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตนไม่ควรยึดถือฯ…เพียงเท่านี้ยังไม่ได้และถือว่า เป็นผู้เกียจคร้านมากที่ทำเช่นนั้น……….ต้องดูจริงๆ ดูจนจิตเห็นเหตุของมัน เมื่อจิตเห็น จิตจะวางเองแบบไม่ต้องคิดจิตเห็นกายวางกาย…เห็นธาตุวางธาตุ..จิตเห็นจิต..วางจิต    นำมาฝากนะ  …เจริญพร

    Reply

  2. Posted by Sasina on September 17, 2008 at 11:58 am

    สาธุ ๆ ๆ ค่ะ
    เมื่อใดที่จิตคิดเป็นของเรา สิ่งนั้นของเรา สิ่งนี้ของเรา..
    จิตมันก็แตกกระเจิง เมื่อพิจารณาสิ่งนั้นและสิ่งนี้….
    ไม่มีอะไรเป็นของเรา เราไม่ใช่สิ่งที่มี มีแต่สมมุติและบัญญัติให้เรียกขาน…

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: